
"มนต์บางแสน"
หัวใจเราฝากเคียงไว้อยู่คู่บางแสน
จิตตราตรึงถึงถิ่นพิมานอันตระการเรืองรอง
ฝังใจมั่นอยู่มิรู้หน่ายคลายเคลื่อนหาย
ยามพระพายพลิ้วแผ่วกรายกราว ใบมะพร้าวล้อลม
ชวนพิศยามเฟื่องฟ้าบาน ชงโคงามยามลมพัดผ่าน
ถิ่นใดปานพิมานเทพไท้ เทียบทันได้ฤามี
เมื่อปี 2544 เป็นก้าวแรกที่เราได้กลายเป็นนิสิตใหม่ของ ม.บูรพา
เราก็ดีใจนะ เพราะย้ายมาอยู่ชลบุรีตั้งนานแล้ว แต่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวทะเลเท่าไร
พอมาเรียน ตอนปี 1 เรากับเพื่อนไปเที่ยวกันบ่อยๆ ยังจำบรรยากาศนั้นได้ดี อยาก
กลับไปเรียนปี 1 อีกครั้งจัง ดูเหมือนโลกของการเรียนนี่มันช่างสดสวยไปเสีย
ทุกอย่าง ได้เจอเพื่อนใหม่ บรรยากาศใหม่ หลายสิ่งหลายอย่างที่ดึงดูดใจ ตอน
นี้ถึงจะจบมาได้ 2 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงวนเวียนทำงานอยู่แถวบางแสนนี่เอง หลง
เสนห์บางแสนเสียแล้วสิเรา เลยนึกถึงเพลงมนต์บางแสนได้ เพลงนี้เป็นเพลงหนึ่ง
ที่ใช้ในกิจกรรมสันทนาการสำหรับนิสิต เราเองก็ชอบเพลงนี้ นึกไปถึงเมื่อครั้งที่
ยังคงทำกิจกรรมสันทนาการ ตอนนั้นเราป็น หลีดโจ๊ก หรือเรียกอีกอย่างว่าหลีด
มะพร้าว เพราะมะพร้าวเป็นต้นไม้ประจำมหาลัย แต่ตอนนี้เหลือแค่กี่ต้นไม่รู้ ไม่เคย
นับเสียที เวลาซ้อมก็ซ้อมกันที่หน้าคณะที่เห็นนั่นแหละ เล่นเอาเสียงแหบเสียงแห้ง
แต่ก็ยังดีมีพี่ๆมาคอยดูแลตลอดทั้งขนม นม เนย ไม่ขาดเลย เวลามานั่งที่สระน้ำ
หน้าคณะตอนกลางคืนยังมาคิดอยู่เลย ทำไมเวลามันผ่านไปรวดเร็วนัก เหมือนว่า
มันเพิ่งจะผ่านไปไม่นานนี้เอง